Phone

Line

Wechat

Hide

Mindfulness ฝึกสมาธิเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

by | Jul 7, 2022 | Uncategorized | 0 comments

โปรแกรมบริหารงานบุคคล

Mindfulness หรือ การเจริญสติเป็นวิธีการที่จดจ่อไปที่อารมณ์ ความคิด และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างตั้งใจ เช่นการ กำหนดลมหายใจ ยอมรับตัวเอง หรือนอกจากนี้การนั่งทำสมาธิ หรือเดินทำสมาธิก็เป็นหนึ่งในวิธีเจริญสติด้วย ซึ่ง Mindfulness คือวิธีพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Apple, Nike ฯลฯ ใช้พัฒนาบุคคลกรมานับ 10 ปี จนประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด วิธีการฝึกสมาธิเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

วันนี้จึงมีวิธีการฝึกสมาธิ(Mindfulness) เพื่อการทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

1. นั่งสมาธิก่อนเริ่มต้นวันใหม่

เพราะแต่ละวันมักเต็มไปด้วยความรีบเร่ง ก่อนเดินทางออกจากบ้าน เผื่อเวลานั่งสมาธิเพื่อให้ใจสงบสัก 10-15 นาที ก่อนเริ่มกิจวัตรประจำวัน จะสามารถช่วยให้ทั้งวันของคุณไม่ลนลาน มีสติในการทำงาน และใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น รวมไปถึงการนั่งสมาธิในระหว่างวัน หากสามารถทำได้ ลองหามุมสงบแล้วนั่งสมาธิสัก 10 นาที ก็จะช่วยให้คุณเรียกสติ ลดอารมณ์ความเครียดจากงานได้ไม่น้อยเลย

2. มีสมาธิกับงานตรงหน้า

ถึงแม้งานตรงหน้าจะมีมากกว่า 1 อย่างที่ต้องทำ แต่ควรจดจ่อทำงานทีละอย่าง เริ่มจากงานที่สำคัญหรือมีความเร่งด่วนกว่าเป็นลำดับแรก เพื่อจะมีสมาธิกับงานที่ทำ และได้งานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรสลับทำงานไปมา เพราะนอกจากจะทำให้คุณเสียสมาธิแล้ว งานที่ได้จะไม่มีคุณภาพ

3. ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่สงบ

บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง แต่ลองพยายามหาพื้นที่สงบ เพื่อให้มีสมาธิในการทำงาน ควรตัดสิ่งรบกวนแวดล้อม เช่น ปิดเสียงโทรศัพท์ ปิดการแจ้งเตือน งดใช้โซเชียลมีเดียเมื่อลงมือทำงาน เปิดเพลงที่ฟังสบายหูคลอเบา ๆ เพื่อช่วยให้การทำงานลื่นไหล

4. พักเบรกหากขาดสมาธิอย่างแรง

หากรู้สึกว่าทำงานอย่างไรก็ทำไม่ได้ ขาดสมาธิมาก ไม่ว่าจะจากสภาพแวดล้อม หรือความเครียด คุณควรพักเบรก เช่น ออกไปชงกาแฟดื่ม หรือออกไปมองต้นไม้สีเขียว พักสายตา หรือหามุมสงบเพื่อนั่งสมาธิสัก 10 นาที ก็จะช่วยให้คุณกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้งได้

ข้อดีของการฝึกสมาธิระหว่างการทำงาน

1. ช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ

ถึงแม้จะเป็นการฝึกสมาธิในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็มีผลรับรองว่าสามารถช่วยในเรื่องของการสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะการทำสมาธิคือการทำจิตใจให้ว่าง สมองของคุณจะปลอดโปร่งพร้อมที่จะคิดไอเดียใหม่ๆ บริษัท วอลต์ ดิสนีย์ คือหนึ่งในบริษัทที่เริ่มบุกเบิกให้พนักงานในบริษัทได้มีการทำกิจกรรฝึกสมาธิหลังจากที่พวกเค้าพบว่าพนักงานของเขามีจินตนาการและไอเดียที่บันเจิดมากขึ้นหลังจากที่ได้ฝึกสมาธิ

2. ช่วยให้ไอเดียเฉียบคมและเพิ่มความจดจ่อบนเนื้องาน

เป็นเรื่องปกติที่ในออฟฟิศมักจะมีสิ่งที่คอยมาก่อกวนทำลายสมาธิอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยของเพื่อนร่วมงาน เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่คุณจะสามารถจดจ่ออยู่กับงานของคุณได้ มีผลวิจัยพบว่าในช่วงเวลาที่วุ่นวายนี้ เพียงคุณลองทำสมาธิเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็ช่วยให้คุณกลับมาจดจ่อและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้นได้

3. ช่วยขจัดความเครียดได้ดี

เพราะความเครียดมีผลกระทบทั้งกับร่างกายและจิตใจ อันจะนำไปสู่การบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานในที่สุด และอาจส่งผลไปถึงจำนวนการลาออกของพนักงานได้ การฝึกสมาธิสม่ำเสมอจะช่วยในเรื่องการลดฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยลดการทำงานของสมองส่วนที่จะไปส่งเสริมเรื่องการตอบสนองเรื่องของความเครียดอีกด้วย

4. ช่วยสร้างพลังบวก

การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันคืออีกหนึ่งวิธีของการฝึกสมาธิที่จะช่วยให้คุณตระหนักรู้ถึงพลังงานลบที่อาจจะกำลังเกิดขึ้น และการที่คุณตระหนักรู้จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ลบๆ เหล่านั้นลง มีหลากหลายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการฝึกสมาธิช่วยลดในเรื่องของพลังงานลบและสร้างพลังงานบวก

5. ช่วยให้ความคิดไม่ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย

ผลการวิจัยแนะนำว่าการฝึกสมาธิจะช่วยควบคุมให้ความคิดของคุณไม่ฟุ้งซ่าน เหตุผลเป็นเพราะขั้นตอนสำคัญของการฝึกสมาธิคือทำจิตใจให้ว่างและจดจ่ออยู่เฉพาะกับปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เหมือนคุณได้หยุดเวลาและตระหนักรู้กับสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้า

Facebook fanpage : GeeHRM Line@ : 640vtamj Tiktok : GeeHRM Website: GeeHRM